minipandaz.com

REVIEW ตรวจตาเตรียมทำเลสิกกับ ‘SUPREME iLASIK’

สวัสดีจ้าสาวๆทุกคน สำหรับวันนี้นิมาเขียนรีวิวเรื่องของการทำเลสิกค่ะ
ตัวนิสายตาสั้นมาตั้งแต่ช่วงอายุ 13-14 ปี เริ่มแรกสั้นนิดหน่อย 1.25 เท่านั้น
ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ๆก็รู้สึกมองระยะไกลไม่ค่อยชัด ดูเบลอๆภาพซ้อนๆ
เลยไปทำการตรวจวัดสายตา ก็ค้นพบว่าตัวเองสายตาสั้นซะแล้ว
แต่การสายตาสั้นของนิมาจากพฤติกรรมส่วนตัวในเรื่องของการอ่านหนังสือและดูทีวีค่ะ
คือนิจะชอบอ่านหนังสือบนรถ และชอบดูทีวีใกล้เกินไปในแสงที่น้อย ส่งผลให้สายตานิสั้นลงนั่นเอง
ช่วงนั้นนิใส่แว่นค่ะ และปรับเปลี่ยนมาเป็นคอนแทคเลนส์ แล้วใส่สลับกันไปมาปัจจุบันนี้ผ่านมาแล้วหลายปี(อย่านับเลยเนาะว่ากี่ปี) สายตานิสั้นเพิ่มมาที่ราวๆ 2.75
ซึ่งนิก็ยังคงใส่แว่นสลับกับคอนแทคเลนส์เหมือนเดิมมายาวนานเกิน 10 ปี
ต้องบอกก่อนว่านิเป็นคนค่อนข้างมีระเบียบวินัยในเรื่องการใส่คอนแทคเลนส์มาก
คือจะใส่เมื่อจำเป็น กลับถีงบ้านสิ่งแรกที่ทำคือถอดและทำความสะอาดเลนส์ให้ดีก่อนทำอย่างอื่น
เพราะคอนแทคเลนส์เป็นสิ่งที่สามารถสะสมแบคทีเรียต่างๆและทำให้เกิดอาการอักเสบได้
ถ้าหากดูแลไม่ดี ไม่มีวินัยพอ ดวงตาเรามีคู่เดียว นิค่อนข้างจะกลัวตาอักเสบค่ะตลอดระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เห็นกระแสสังคมที่นิยมการใส่คอนแทคเลนส์เพื่อความงามมากขึ้น
แต่หลายคนตัดสินใจซื้อมาใส่เองโดยขาดความรู้เรื่องการดูแล นิก็เห็นมาหลายเคส
ที่เกิดอาการตาอักเสบจนเกือบจะตาบอด จุดนี้อยากเตือนจริงๆว่า
ถ้าคิดจะใส่คอนแทคเลนส์
อยากให้ระวังเรื่องความสะอาดและระเบียบวินัยเป็นหลัก ห้ามขี้เกียจเด็ดขาดค่ะ ถ้าไม่อยากตาบอดกลับมาเข้าเรื่องกัน หลังจากนิใส่คอนแทคเลนส์สลับกับการใส่แว่นมายาวนาน
แน่นอนว่าหลายๆคนที่มีปัญหาสายตา น่าจะคิดถึงการทำเลสิกกันบ้างแน่ๆ
การไปไหนมาไหนแล้วต้องมีแว่น หรือพกคอนแทคและน้ำยาสำหรับล้างมันเป็นอะไรที่ยุ่งยาก
อยากจะตื่นมาแล้วมองเห็นโลกนี้ชัดๆโดยไม่ต้องมีอะไรมาขวางดวงตาบ้าง
แน่นอนค่ะ เลสิก จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับแรกที่เรานึกถึง0016

การทำเลสิก คือ?

“เลสิก” เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาการที่ได้นำเอา แสงเลเซอร์หรือ ใบมีด มาใช้แก้ไขความผิดปกติของสายตาไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ผู้ที่ได้รับการรักษาสามารถลดการพึ่งพาการใช้แว่นตา หรือไม่ต้องใช้แว่นตา หรือไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์อีกต่อไป  

          ปัจจุบันมีการใช้ แสงเลเซอร์ด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ในการแก้ไขความผิดปกติของสายตา แสงเลเซอร์ตัวนี้ มีความแม่นยำสูงมาก สามารถใช้ปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบแล้วโฟกัสลงจอประสาทตาพอดี ทำให้การมองเห็นชัดขึ้น  (แสงเลเซอร์มีความร้อนน้อยมากและเป็นชนิดปรับแต่งพื้นผิวเท่านั้น จะมีผลเฉพาะบริเวณผิวกระจกตาไม่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปในตาได้)

 

การทำเลสิกด้วยใบมีด กับ เลเซอร์ ต่างกันอย่างไร?

ข้อแรกเลยคือเรื่องของความแม่นยำที่แน่นอนว่าแบบเลเซอร์ดีกว่ามาก
และในเรื่องของความเสียหายของเนื้อเยื่อก็จะน้อยกว่าแบบใบมีด
เพราะในตัวใบมีดที่ผ่าตัดย่อมจะมีความหนาที่มากกว่าแสงเลเซอร์

อีกข้อคือการสมานแผลของการทำเลสิกแบบเลเซอร์จะดีกว่า
พูดง่ายๆคือแผลหายไวกว่านั่นเองค่ะ
แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ ทำให้การทำเลสิกแบบเลเซอร์จะมีราคาที่สูงกว่าแบบใบมีดมากค่ะ

Lasik  กับ iLasik ต่างกันอย่างไร?

iLASIK คือ รูปแบบใหม่ของการทำ LASIK โดยใช้เทคโนโลยีจากอเมริกา สำหรับการแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวัดสภาพความผิดปกติในการรวมแสงของตา, ใช้เลเซอร์เปิดผิวกระจกตา จนกระทั่งปรับแต่งพื้นผิวกระจกตาด้วยลำแสงเลเซอร์ซึ่งปรับเปลี่ยนขนาดลำแสงได้ มีผลการศึกษาวิจัย ผลการรักษาสายตาด้วยวิธี LASIK พบว่า มีโอกาสสูงที่จะมองเห็นได้ชัดเจนเทียบเท่าตาปกติ อีกทั้งมีโอกาสเพิ่มศักยภาพสูงสุดในการมองเห็นดีกว่า


การทำเลสิกมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่

ความเสี่ยงเดียวที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือการติดเชื้อจนเกิดการอักเสบ
แต่ทั้งนี้การอักเสบนี้สามารถแก้ไขได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะค่ะ
และจากการศึกษาในการทดลองทำเลสิกในจากคนไข้ 60,000 ราย
มีรายงานเพียง 2 รายถึงสภาวะติดเชื้อ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังจากเกิดการติดเชื้อคือ ห้ามให้ดวงตาสัมผัสกับน้ำประมาณ 2 สัปดาห์


ผู้ที่เหมาะสมกับการทำเลสิก คือ?

– ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
– มีสายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 หรือ 0.5D อย่างน้อย 1 ปี
– ไม่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
– ไม่มีอาการบาดเจ็บทางตา
– ไม่มีโรคของกระจกตาและโรคทางตาที่อาจมีผลต่อการรักษา
เช่น ตาแห้งรุนแรง กระจกตาโป่ง ต้อหิน ต้อกระจก สายตาขี้เกียจ จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น
– ไม่มีโรคทางภูมิคุ้มกัน หรือโรคที่มีผลต่อการหานของแผล เช่น โรค SLE โรคเบาหวาน เป็นต้น


ข้อปฏิบัติเบื้องต้นในการตรวจประเมินสายตา 

ถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้า 
ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์แบบรายวัน/เดือน (Soft Lens/Semi Hard/RGP)
ควรถอดเลนส์ล่วงหน้า 1 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ
ส่วนผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์รายปี (Hard Lens) ควรถอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

เนื่องจากเมื่อสวมคอนแทคเลนส์ไประยะหนึ่ง ความโค้งกระจกตาจะเปลี่ยนไป
ส่งผลให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง การถอดคอนแทคเลนส์ จะทำให้กระจกตา
คืนรูปตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อความแม่นยำในการตรวจวัดของเครื่องมือต่างๆ

ควรนำเพื่อนหรือญาติมาด้วย
เนื่องจากการตรวจสุขภาพตาเพื่อทำ iLasik จะมีการหยอดยาขยายม่านตา
ส่งผลให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน และสู้แสงจ้าไม่ได้เป็นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง
ดังนั้นอาจเป็นอุปสรรคต่อการขับรถระหว่างเดินทางกลับได้

ควรนำแว่นกันแดดมาด้วย

เพื่อป้องกันอาการปวดตาจากการมองแสงจ้าหลังการหยอดยาขยายม่านตา

974663_10152374784740376_1039-1213029_n

สถานที่สำหรับทำเลสิกมีหลายที่สามารถเซิชข้อมูลใน internet ดูได้เลยค่ะ
แต่ที่นิเลือกทำเลสิกคือที่นี่ SUPREME iLASIK
http://www.supremeilasik.com/

ที่เลือกทำที่นี่เพราะเพื่อนของนิคือทราย Mhunoiii เป็นคนแนะนำค่ะ
ทรายเองก็ทำเลสิกที่นี่ และการบริการดูแลที่ดี ผลลัพท์ที่ดีเยี่ยม
และนวัตกรรมในการทำที่นี่เป็นแบบ iLasik ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สุดในการทำเลสิกในตอนนี้ค่ะ

นอกจากนี้ หลังจากที่ศึกษามาจากหลายๆแหล่ง ก็คือ
Supreme iLasik เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวในไทยของเครื่อง iLasik
ในชุดอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัด จะเป็นของบริษัทเดียวกันหมด
ไม่มีการนำมาผสมกันระหว่างหลายๆบริษัท(ซึ่งอาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนได้)
ซึ่งในไทยมีแค่ 2 ที่ที่วางระบบแบบนี้คือที่นี่ และที่โรงพยาบาลศิริราช

คุณหมอและทีมแพทย์ของ Supreme iLasik จบจากโรงพยาบาลรามาฯ
และทุกท่านมีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มากว่า 10 ปี

10432211_101523747844703-176_949582710_n

สถานที่อยู่ที่ 323 ชั้น 19 ยูนิต 1903B-1904
อาคารยูไนเต็ด ออฟฟิศ เซ็นเตอร์ จำกัด
ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เบอร์ 0-2631-2112, 0-2631-2873, 0-2631-2871, 089-205-6326

หากมาด้วยรถไฟฟ้าแนะนำให้ลงสถานีสาลาแดง และเดินออกมาอีกไม่ถึง 10 นาทีก็เจอค่ะ

10388304_10152374786100376_-11492727663_n

เมื่อถึงอาคาร แลกบัตรที่ประชาสัมพันธ์ ขึ้นลิฟท์ฝั่งขวามาชั้นที่ 19
เดินออกจากลิฟท์เข้ามาข้างในจะเจอ SUPREME iLasik ค่ะ สถานที่โอ่อ่า สะอาดสะอ้านมากๆ

10405993_10152374786165376_-1191806013_n

ขั้นตอนแรกส่วนสำคัญมากๆคือการกรอกประวัติค่ะ
เพื่อที่ทางคลีนิกจะได้เก็บข้อมูลของเราไว้ นอกจากข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวแล้ว
จุดนี้จะเป็นการสอบถามในเรื่องของโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำตัว
และประวัติการใช้คอนแทคเลนส์ต่างๆ แนะนำว่าให้กรอกข้อมูลอย่างละเอียด
และตามจริงค่ะ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสูงสุดของเรา

ส่วนตัวนิเองพักตามาหลายวัน แต่มีช่วงวันก่อนจะไปตรวจตาที่นะใส่คอนแทคเลนส์แบบลองใส่
ไม่เกิน 5-10 นาที นิก็เขียนให้คุณหมอรับทราบค่ะ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าระยะเวลาแค่นั้น
จะมีผลอะไรบ้างกับการที่ทำให้กระจกตาเปลี่ยนรูปทรงไป
เพราะฉะนั้นกรอกให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

10396310_10152374776210376_9-143494719_n

เครื่องแรกที่นิได้รับการตรวจคือเครื่อง WaveScan ค่ะ
ตรวจวิเคราะห์ความเพี้ยนของพื้นผิวกระจกตา และม่านตาเฉพาะบุคคล
แต่ละคนจะมีรูปทรงของพื้นผิวกระจกตาที่แตกต่างกัน
ซึ่งเป็นตัวส่งผลให้การมองเห็นของเราผิดเพี้ยนไป(ก็คือปัญหาสายตาสั้น,ยาว,เอียง)
ซึ่งตัวนี้เมื่อแสกนออกมาแล้ว จะทำให้ในขั้นตอนการทำเลสิก
ตัวเครื่องที่ยิงเลเซอร์แก้ปัญหาสายตาของเราได้อย่างแม่นยำที่สุด

วิธีการคือแนบคางและหน้าผากให้ชิดตัวเครื่อง แล้วเบิกตากว้างๆมองไปที่จุดในจอ
เวลาแสกนต้องพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุดเพื่อให้สามารถมองเห็นลูกตาดำทั้งลูกได้ชัดเจน

10425690_10152374776500376_69-1542620_n

เครื่องที่สองเป็นเครื่องตรวจวัดความหนาและความโค้งของกระจกตา
ตัวนี้เป็นอีกตัวสำคัญที่จะทำให้เราทราบว่า เราจะทำเลสิกได้หรือไม่
ตัวนี้ให้เราเบิกตากว้าง แล้วจนท.จะนับ 1-5 ให้เราเบิกตาไว้แบบนั้นห้ามกระพริบตา
จะมีแสงวูบไปมา ไม่น่ากลัวอะไร

ค่าความหนาของกระจกตาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 500 ค่ะ
ถ้าหากสายตาเราเมื่อเทียบกับความหนาของกระจกตาแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่พอดีก็สามารถทำได้
แต่ในบางรายที่ค่าเฉลี่ยของกระจกตาอยู่ในเกณฑ์ 500 นิดๆ
แต่ค่าสายตาสั้นมากๆราวๆ 1200+ ก็อาจจะไม่สามารถทำเลสิกได้

เครื่องนี้นิวัดแล้วผ่านฉลุยซะยิ่งกว่าฉลุย
เพราะค่าความหนากระจกตานิหนามากๆ จนคุณหมอยังเอ่ยปากว่าเป็นคนมีกระจกตาหนาปึ๊กมาก
หายากมากๆที่จะเจอคนที่กระจกตาหนาขนาดนี้ นั่นหมายความว่านิสามารถทำเลสิกได้แน่นอน

10385179_10152374776220376_12-171714211_n

เครื่องถัดมาเป็นเครื่องวัดความดันของกระจกตาค่ะ
สำหรับตัวนี้จะวัดด้วยการเป่าลม(เบาๆ)มาที่ลูกตาของเรา
ไม่เจ็บปวดไม่น่ากลัว แต่นิตกใจค่ะ ฮ่าๆๆ คือตอนมันเป่าเราต้องเบิกตาสู้
แล้วลมรอบแรกที่เป่าออกมานิสะดุ้งโหยงเลย ตกใจ แต่ไม่เจ็บปวดอย่างที่บอกไป
รอบหลังๆเริ่มชิน จะเป่าลมที่ตาข้างละ 2 รอบค่ะ

โดยเฉลี่ยแล้วค่าความดันกระจกตาจะต้องไม่เกิน 20 ของนิก็ไม่เกินอีกเช่นกัน
ถ้าหากเกินอาจส่งผลกับกระจกตาได้ถ้าหากทำเลสิกค่ะ

961357_10152374776255376_6897-155404_n

จากนั้นมาที่เครื่องสุดท้าย เป็นเครื่องวัดสายตาแบบคร่าวๆ
ที่เราจะเห็นตามร้านแว่นต่างๆ มองเข้าไปเป็นบ้านในท้องทุ่งหลังตาแดงๆค่ะ
แบบนั้นเลย เป็นการตรวจวัดค่าสายตาคร่าวๆก่อนจะไปวัดแบบละเอียดในขั้นตอนถัดไป

10388296_10152374784715376_1-1197357905_n

หลังจากตรวจทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ก็มาวัดค่าสายตาอย่างละเอียดกัน
เป็นวิธีการตรวจวัดสายตาแบบที่เรามักจะเจอเวลาจะไปตัดแว่นเลยค่ะ
ก็ให้มองชุดตัวเลขแล้ววัดว่าอ่านได้ชัดหรือไม่ แล้วเปลี่ยนเลนส์สลับไปมาเพื่อทดสอบ

โดยการวัดจะวัดทีละข้าง จนกระทั่งได้ค่าของสายตาที่ใกล้เคียงที่สุดในการมองเห็น

10417027_10152374776190376_20-102713194_n

จากนั้นมาทำการหยอดยาชาและยาขยายม่านตากัน
ในขั้นตอนก็หยอดยาสลับกันไปมาราวๆ 5 นาที
จากนั้นนั่งชมวีดีโอข้อมูลในการทำเลสิกใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
เพื่อรอให้รูม่านตาของเราขยายเพื่อทำการตรวจในขั้นตอนถัดไปค่ะ

ในการขยายของรูม่านตาด้วยยาหยอดนี้จะมีผลหลังจากนี้ยาว 4-6 ชั่วโมง
ผลที่เกิดขึ้นคือจะทำให้ตาสู้แสงจ้ามากๆไม่ได้ หลังจากนี้จึงควรสวมแว่นกันแดดค่ะ
และหากใครที่ขับรถมาแนะนำว่าให้นำเพื่อนหรือญาติมาขับให้ดีกว่า
เพราะระยะการมองเห็นของนิผิดเพี้ยนไปพอสมควร
จากมองใกล้ชัดกลายเป็นไม่ชัดไปเลย เป็นว่ามองไกลชัดกว่า
เพราะช่วงที่รูม่านตานิขยาย นิเล่นไอแพดโดยใส่แว่นของนิเองไม่ได้
ต้องถอดออกแล้วมองระยะไกลขึ้น ทั้งนี้อย่างที่บอกว่ามีผลประมาณ 4-6 ชั่วโมงก็หายค่ะ

10425815_10152374776490376_125-12026401_n

หลังหยดยาขยายม่านตาจนม่านตาขยายแล้วก็มาตรวจเช็คการมองเห็นอีกครั้ง
ในการทำให้ม่านตาขยาย จะช่วยลดการเพ่งมองได้ดีขึ้น
เมื่อวัดผลอีกครั้งจะทำให้ได้ค่าการวัดสายตาว่า ค่าสายตาประมาณไหน
ที่จะทำให้เมื่อเราทำเลสิกแล้ว เราใช้สายตานั้นๆแล้ว เราจะไม่ปวดหัวปวดตาจนเกินไป

มีการเปรียบเทียบวัดตาทีละข้าง ในการตรวจวัดค่าสายตาจะทำซ้ำไปมาอยู่แบบนี้หลายรอบ
เพื่อที่จะทำให้ได้ค่าสายตาที่พอดีที่สุดสำหรับเรา และแม่นยำที่สุดค่ะ

10425707_10152374776535376_-11426901170_n

ขั้นตอนสุดท้ายขั้นตอนนี้คุณหมอเป็นคนดูแลด้วยตัวเอง
คุณหมอที่ดูแลนิในครั้งนี้คือ พญ.ศศิวิมล จัทรศรี ค่ะ
คุณหมอน่ารัก เป็นกันเองมากๆ ถามคำถามอะไรก็ตอบให้อย่างเต็มใจและเข้าใจง่าย

ขั้นตอนนี้คือการดูจอประสาทตาวัดความแห้งของดวงตาของเรา
ปัญหาตาแห้งเป็นอีกสิ่งที่ต้องระวัง เพราะหลังจากทำเลสิกแล้วดวงตาเราจะแห้งลงไปอีก
และทำให้ระคายเคืองได้ง่ายค่ะ เพราะฉะนั้นหากคุณหมอตรวจเช็คแล้วว่ามีปัญหาตาแห้งเกิดขึ้น
อาจจะต้องดูแลรักษาโดยการใช้น้ำตาเทียม หรือในบางคนที่เป็นเยอะๆ
คุณหมออาจจะสั่งยาสำหรับกระตุ้นการผลิตน้ำตาให้ค่ะ

10416876_10152374841085376_8-115380027_n

ผลของการตรวจของนิ OD คือข้างขวา OS คือข้างซ้าย

ค่าสายตาอยู่ที่ ขวา 3.25 เอียง 1.75
ซ้าย 2.75 เอียง 1.25

ค่าความหนาของกระจกตา เฉลี่ยห้ามต่ำกว่า 500
ข้างขวาของนิเฉลี่ยอยู่ที่ 612
ข้างซ้ายของนิเฉลี่ยอยู่ที่ 609
ถือว่าผ่านฉลุยค่ะ เพราะเรียกได้ว่ากระจกตาหนามากๆ

ค่าความดันของดวงตาห้ามเกิน 20
ขวา 17-5 = 12
ซ้าย 18-5 = 13

เทียบโดยรวมของความหนา ความดัน และค่าสายตาคือ ผ่าน ทำเลสิกได้ค่ะ 
คุณหมอชมมาว่าสุขภาพตาดีมากๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย น่าจะต้องขอบคุณกรรมพันธุ์
และการดูแลรักษาส่วนตัวของตัวเองในเรื่องการพักผ่อน และระเบียบวินัยในการใช้คอนแทคเลนส์ค่ะ

ค่าสายตาที่มีความเสี่ยงว่าจะทำไม่ได้คือค่าสายตาเกิน 1200 ขึ้นไป
เพราะโดยส่วนมากแล้วค่าสายตาที่เยอะๆแบบนี้จะเกิดจากกรรมพันธุ์
ซึ่งในการทำเลสิกแบบนี้จะแก้ปัญหาได้ราวๆ 1200 (คือความสั้นและเอียงบวกกัน)
คนที่ค่าสายตาสูงๆจะมีกระจกตาที่ไม่หนาพอ และความดันตาที่มากเกินไป
จึงเกิดความเสี่ยงที่จะทำมากกว่า โดยส่วนมากคุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำค่ะ
(คนที่ดวงตากลมโตมากๆมักจะประสบปัญหานี้ เพราะดวงตาสามารถขยายได้อีกเรื่อยๆ)

แต่ก็มีอีกวิธีในการปรับสายตานอกจากการทำเลสิก
เรียกว่า Visian ICL Phakic IOL (Implantable Contact Lens)
เป็นวิธีการผ่าตัดนำเลนส์เสริมใส่เข้าไปในดวงตาของเรา
วิธีนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการตรวจเช็ค และเป็นการผ่าตัดจริงจัง
ระยะการพักฟื้นยาวนานกว่า และราคาค่อนข้างสูง คือต่อข้างตกไม่ต่ำกว่า 100,000.- ค่ะ
แต่เป็นวิธีที่ดีสำหรับใครที่มีปัญหาไม่สามารถทำเลสิกได้ค่ะ

หลังจากตรวจวัดตาเสร็จแล้ว ก็สามารถนัดวันสำหรับทำเลสิกได้เลย
ของนินัดไกลหน่อย ขอเป็นเดือนหน้า เพราะมีทริปจะไปดำน้ำ
คุณหมอดูเวลาแล้วจริงๆก็สามารถทำได้เลย เพราะระยะก่อนจะไปดำน้ำ
แผลนิน่าจะสมานและหายดีแบบไร้กังวล แต่ตัวนิเองจิตตกค่ะ
ประจวบกับไม่มีคนพาไปทำด้วย เลยขอเลื่อนไปเป็นเดือนหน้า
อยากจะพักตาจากการใส่คอนแทคเลนส์แบบเต็มที่จริงๆด้วย เลยรอพร้อมที่สุดก่อน

สำหรับราคาของที่ SUPREME iLASIK
ในการทำเลสิกจะตกอยู่ที่ประมาณ 140,000.- ค่ะ
ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเที่ยบกับที่อื่นๆ แต่ที่ราคาสูงเพราะเทคโนโลยีที่ใช้
เป็นแบบที่ทันสมัยที่สุดที่มีในตอนนี้ค่ะ

สำหรับใครที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน

http://www.supremeilasik.com/
https://www.facebook.com/supremeilasik

นิทำเลสิกเรียบร้อยแล้ว อ่านได้ในบล็อกนี้เลยค่ะ

แนะนำมากๆว่าถ้าหากใครสนใจจะทำควรศึกษาให้ดีก่อน เลือกคลีนิกหรือโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้
แล้วก็ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆก่อน ดวงตาของเรามีคู่เดียวนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามค่ะMINIPANDAZ
Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ABOUT ME

NICHA WISARUTWANICH
MINIPANDAZ is a Thai Beauty and Lifestyle Blogger who loves everything in this world that give her inspiration. And if you need something to tell me. Please contact me by email nishi_ni@hotmail.com

Instagram

  • Samyang รสหมาล่าเผ็ดก็มาว่ะ #PandazNomnom #SamyangHot #รีวิวเซเว่น
  • @kuronskin ออกแปรงใหม่ KURON Mini Sonic Brush กับนวัตกรรมล้ำๆที่ทำความสะอาดรูขุมขนได้หมดจดแต่อ่อนโยน ทำความสะอาดผิดได้ดีกว่าใช้แค่มือล้างหน้าตั้ง 6 เท่า ตัวเครื่องกันน้ำ 100%  ปลายขนแปรงนุ่มและเล็กมาก แค่ 0.05mm ราคาเต็ม 3,990.- จ้ะ #KuronSonic #KuronMiniSonicBrush
  • EVERYTHING GREEN 🍃🍃🍃 #InnisfreeThailand #ThankYouGreenParty
  • เพนท์จานเซรามิคน่ารักๆกับ @innisfreethailand วาดลาย TOTORO มันก็จะเละๆหน่อย  #InnisfreeThailand #ThankYouGreenParty
  • ไม่ได้อัพหลายวัน คิดถึงนะยูววว #miNipandaz
  • MY LITTLE MONKEY 🙈🙉🙊 #minipandazfamily #miNipandazNiece #miNipandazRest
  • MY KILL BILL VOL.2 ❤️ #minipandazfamily #miNipandazNiece #miNipandazRest
  • 🏖🏝😎 #miNipandazRest
  • วิวดีๆอากาศดีสุดๆ #miNipandazRest

TWITTER