minipandaz.com

APP ‘CALORIE DIARY+’ แอพคุมแคลอรี่เพื่อการลดน้ำหนัก

สวัสดีค่ะสาวๆ
วันนี้นิมาแหวกแนวนิดนึงนะ
เพราะไม่ได้มารีวิวเครื่องสำอางอย่างที่ปกติทำกัน
แต่วันนี้จะมารีวิว Application ตัวนึงที่นิใช้มาประมาณ 1 เดือนนิดๆ
แล้วรู้สึกว่า เออ มันเห็นผลดีนะ
เลยอยากจะมาแชร์ให้อ่านกันค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีนะ ว่าช่วงนี้นิออกกำลังอยู่เป็นประจำ
เพราะอยากจะลดน้ำหนักพร้อมไปกับสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย
เคยได้ยินกันมั้ยว่า การลดน้ำหนัก หลักๆเลยคือเรื่องกิน 70%
และเรื่องการออกกำลังกายเพียง 30% เท่านั้น
YOU ARE WHAT YOU EAT

คงต้องบอกก่อนว่า โดยปกติแล้วนิเป็นคนทานน้อยมาก
ของติดมัน หนังหมูหนังไก่ หรือแม้กระทั่งเวลาไปทานชาบูปิ้งย่าง
ถ้านิเจอมันจะเขี่ยออกทันที แถมยังเป็นคนไม่ชอบทานขนมหวานด้วย
ไม่ชอบชีส ไม่ชอบของเลี่ยนๆ และเป็นคนที่ชอบทานผักกับผลไม้มาก
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่า บ้า!!! ละทำไมอ้วน อย่ามาโม้
เข้าใจค่ะ เพราะเจอคำพวกนี้มาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว

คือหลักๆเลยนะ นิเป็นคนทานอาหารน้อยเกินไป
เพราะสมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็อยากสวยอยากหุ่นดี
ลดน้ำหนักด้วยการพยายามไม่กินค่ะ
กินน้อยจนเหลือวันละมื้อ อยู่อย่างนั้นอยู่เป็น 10 ปีเลย
ทุกวันนี้ก็ยังทานแค่วันละ 2 มื้อเท่านั้น
แถมยังดื่มน้ำน้อยมาก ชอบทานเค็ม เลยส่งผลจนทำให้บวมน้ำเอย
อ้วนง่ายเอย นิดๆหน่อยๆก็อ้วน
จนเป็นคำที่ติดตลกที่ว่า “แค่หายใจยังอ้วนแล้ว” 55555
ใต้เลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่

อ่ะ เกริ่นซะยาวนาน เอาเป็นว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้ว
เราจึงต้องมากู้ระบบเผาผลาญกลับมากันค่ะ
เลยทำให้นิไปโหลดแอพนี้มา เพื่อปรับทุกอย่างให้ระบบของตัวเองกลับมาปกติ
ก็คือแอพสำหรับควบคุมแคลอรี่นั่นเอง

CALORIE DIARY+
ที่นิใช้แอพนี้เพราะรู้สึกว่าแอพนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ตัวนิเองพอสมควร
คือนับทุกอย่างทั้งการกิน การออกกำลัง และการดื่มน้ำ
และที่ชอบสุดคือเพราะเค้าเป็นแอพของคนไทย
เพราะฉะนั้นรายการอาหารไทยค่อนข้างเยอะดีทีเดียวค่ะ

เป็นแอพฟรีนะคะ แต่ถ้าอยากได้แบบครบสุดๆก็เพิ่มเงินอัพเกรดได้
แต่นิจำราคาไม่ได้ว่าอัพเกรดราคาเท่าไหร่ แต่ไม่กี่ร้อยค่ะ

เปิดแอพขึ้นมาครั้งแรก จะให้ใส่ข้อมูลส่วนตัวค่ะ
หลักๆก็เพศ อายุ ความสูง และน้ำหนักปัจจุบันค่ะ

ถัดมาจะถามถึงชีวิตประจำวัน
ว่ากิจวัตรประจำวันของเราขยับตัวมากน้อยแค่ไหน
ส่วนตัวนิลงไว้ว่าน้อยเลยค่ะ
เพราะด้วยอาชีพที่อยู่แต่หน้าคอม ไม่ค่อยได้ขยับเลยลงว่าน้อยไว้เลย

จากนั้นใส่น้ำหนักเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ลงไปค่ะ
แล้วก็ระบุลงไปว่าอยากจะให้น้ำหนักลดลงอาทิตย์ละประมาณกี่ขีด

ถ้าหากเราตั้งเป้าไว้โหดมากอย่างเช่น
อยากให้น้ำหนักลงอาทิตย์ละ 1 kg.
ส่วนมากแล้วแคลอรี่จะน้อยมาก ถ้าน้อยกว่า 1200 kcal ต่อวัน
จะมีป๊อบอัพเตือนขึ้นมาว่า แคลอรี่ที่เราจะทานได้มันน้อยกว่า 1200 kcal นะ
ต้องออกกำลังกายเพิ่มเอา สู้ไหวมั้ย
ถ้าไหวก็สู้ไปค่ะ ถ้าไม่ไหวก็ลองปรับใหม่เป็นอาทิตย์ละไม่ถึง 1 kg. ก็ได้

แต่ส่วนตัวนิตั้งมั่นมากๆ ว่าจะออกกำลังกายและอยากลดน้ำหนักให้ได้
นิเลยเอาแบบ Extreme คือลดให้ได้อาทิตย์ละ 1 kg.

ถ้าหากว่าเลือกแบบไม่โหดมากก็จะขึ้นหน้านี้เลยค่ะ
เป็นการสรุปว่าปริมาณแคลอรี่ที่ควรบริโภคต่อวันไม่ควรเกินเท่าไหร่
และจำนวนวันโดยประมาณจนกว่าจะถึงเป้าหมายค่ะ

จากนั้นเราก็จะมาเริ่มต้นใช้แอพกันได้เลย
หน้าตาแอพก็จะประมาณนี้เลยค่ะ

หลักๆที่เราจะต้องใส่ทุกวัน
คือน้ำหนักของแต่ละวันค่ะ เพื่อเก็บสถิติความขึ้นลงของน้ำหนัก
ว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง
และแอพจะสรุปให้ในทุกวันว่าน้ำหนักขึ้นหรือลงไปเท่าไหร่แล้วจากน้ำหนักตั้งต้นค่ะ

ถัดมาที่เราต้องใส่ก็คือสิ่งที่เราเอาเข้าปากในทุกๆมื้อ
มีอะไรบ้าง ใส่ไปให้หมดค่ะ ข้อสำคัญเลยคืออย่าโกง
หม่ำอะไรไป ใส่ไปให้หมด เราจะได้รู้ว่าในมื้อที่เหลือเราจะยังทานได้มากน้อยแค่ไหน

อีกส่วน ส่วนที่สำคัญมากๆอีกเช่นกัน
โดยเฉพาะตัวนิเองที่เลือกคุมแคลในโหมด Extreme
คือส่วนของการออกกำลังค่ะ
นิจดไว้หมดว่าวันหนึ่งวันนิออกกำลังไปเท่าไหร่บ้าง

อีกพาร์ทที่นิคิดว่าเป็นส่วนดีมากๆคือ
โดยปกติแล้วมือถือของเราในปัจจุบันจะมีการนับก้าวเดินอยู่แล้ว
เค้าจะสามารถ Sync ในส่วนของการนับก้าวมาให้เราด้วย
พร้อมกับจำนวนแคลอรี่ให้เราด้วยว่า เดินไปประมาณนี้ เผาผลาญไปกี่แคลอรี่
และเค้าจะมารวมกับในส่วนของการออกกำลังกายให้เราด้วย

ทุกสิ่งทุกอย่างทีเราใส่ลงไป
จะมารวบรวมอยู่ในรูปแบบของกราฟค่ะ
ทั้งน้ำหนัก ปริมาณแคลอรี่ต่อวัน และการออกกำลังกายอะไรต่างๆ
ที่เราใส่ลงไปทุกวัน เค้าจะแสดงผลออกมาเป็นกราฟค่ะ
ทำให้ดูเข้าใจง่ายดี

ส่วนเครื่องหมายแว่นขยายมุมขวาล่าง เป็นฟังก์ชั่นใหม่สุดเลย
เพิ่งจะมีไม่กี่วันก่อนนี้เอง
เป็นการแสกนด์บาร์โค้ดบนแพ็คเกจอาหารที่เราจะทาน
แล้วเค้าจะเด้งแคลอรี่ให้เราเลยว่า ของที่เราจะทานนี้แคลอรี่เท่าไหร่
ตรงนี้น่าสนใจมากๆ เพราะจะทำให้เราไม่ต้องคอยมาหาข้อมูลสำหรับใส่ลงไป
ว่าอาหารอะไร แคลอรี่เท่าไหร่
แต่ว่าฟังก์ชั่นนี้ยังใหม่มากๆค่ะ เลยทำให้ยังมีข้อมูลไม่มาก
ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ต้องรอทางผู้พัฒนาต่อไป

ความโหดของแอพนี้คือ เค้าจะสรุปให้วันต่อวัน
ถึงปริมาณของแคลอรี่ที่เราได้รับในรูปแบบแถบสีบนปฏิทิน
ถ้าหากวันไหนเราทานน้อยเกินไป เค้าจะขึ้นเป็นสีเทา
วันไหนทานได้กำลังพอดี จะขึ้นเป็นสีเขียว
วันไหนทานปริ่มเกือบจะเกิน จะขึ้นเป็นสีเหลือง
และวันไหนทานเกิน(แม้จะ 1 kcal ก็ตาม)จะขึ้นเป็นสีแดง

ปัญหาคือสีแดงนี่ละค่ะ มันแดงแป๊ดดดดดมากเลย
มันจะทำให้เราหวั่นใจเบาๆ
แล้วเราจะต้องคอยระวังอยู่เสมอว่าอย่าให้เกิน
เพราะไม่งั้นปฏิทินของเราจะเป็นสีแดงทั้งแถบแน่ๆ
อย่างของนิ เขียวบ้าง เหลืองบ้าง มีน้อยมากที่จะเป็นสีเทากับสีแดง
วันที่เป็นสีเทา แปลว่านิทานอาหารแคลอรี่น้อยแต่ดันออกกำลังกายเยอะเกินไป ไม่ดี
ส่วนวันที่ขึ้นแดง ส่วนมากจะเป็นวันที่นิพัก
ด้วยความที่นิใช้โหมดโหด ทานได้ไม่เกินวันละ 1098 Kcal ซึ่งถือว่าน้อยมาก
ทานข้าวกระเพราหมู 2 จานก็เกินแล้ว
เพราะฉะนั้นถ้านิไม่ได้ออกกำลังกาย มักจะเกินแน่นอน
แต่เราไม่ควรหักโหมออกกำลังกายหนักๆทุกวัน
ควรจะมีวันที่พักบ้าง
ก็เลยเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีตัวแดงๆขึ้นมาในปฏิทินบ้าง

เพราะเป้าหมายของเรา นอกจากการลดน้ำหนักแล้ว
เราอยากจะมีสุขภาพที่แข็งแรง
ในแบบที่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่ใช่ทานคลีนตลอดไป
ทุกวันนี้นิก็ยังทานบุฟเฟ่ต์บ้าง ทานอาหารปกติ จังก์ฟู๊ด ฟาสฟู๊ด
ก็ยังทานได้ในบางมื้อ แค่พยายามบาลานซ์ให้ดีในแต่ละวันก็เพียงพอ
เพราะอาหารพวกนี้เราไม่ได้ทานบ่อยๆหรือทานทุกวันอยู่แล้ว
เลยทำให้ไม่เครียดจนเกินไปค่ะ

ตอนนี้น้ำหนักนิตามเป้าเป้ะมาก ใช้แอพมาได้เดือนนิดๆ
น้ำหนักลงไปทั้งหมด 4 kg. แล้ว(อาทิตย์ละ 1 kg.)
ก็หวังว่าในเดือนถัดๆไปจะค่อยๆลงไปอีกเรื่อยๆจนถึงเป้าหมายที่เซ็ทไว้ค่ะ
แต่เป้าหมายของนิยังอีกยาวไกลมากๆ
ก็ต้องพยายามต่ออีกหลายเดือน เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

ทั้งหมดทั้งมวล แอพจะดีไม่ดี อยู่ที่ตัวเราทั้งนั้นค่ะ
เราต้องมีวินัยในตัวเอง อย่าชีทเดย์บ่อยๆ
และพยายามลงบันทึกด้วยความจริงใจ อย่าโกง
แล้วเป้าหมายจะอยู่ไม่ไกลเราอีกต่อไป
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่อยากจะเริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ

ขอบคุณมากๆสำหรับการติดตามค่ะ

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ABOUT ME

NICHA WISARUTWANICH
MINIPANDAZ is a Thai Beauty and Lifestyle Blogger who loves everything in this world that give her inspiration. And if you need something to tell me. Please contact me by email nishi_ni@hotmail.com

Instagram

  • Miss Dior Eau De Parfum กลิ่นติดทนติดแน่น กรุ่นมาก กรุ่นจนนี่มึนหัว แต่ถ้าใครชอบน้ำหอมกรุ่นๆติดทนๆน่าจะปลื้ม ส่วน Miss Dior Blooming Bouquet อันนี้ถูกจริตเฟร่อ กลิ่นละมุนกำลังดี เบาไปนิด(ขอความพอดีให้พี่ด้วย) เดี๋ยวจะไปสอยรุ่นปกติมาติดบ้าน #MissDiorForLove #PandazNewItem2018
  • #PandazPortrait #PandazEvent2018
  • คลีนซิ่งออยล์เป็นโปรดัคที่เราเลิฟที่สุดตลอดกาลจริงๆของทรี ดีไซน์ขวดใหม่เป็นทรงสามเหลี่ยม ได้ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่น Tokujin Yoshioka เก๋ไปอีก #PandazNewItem2018 #ThreeCosmeticsThailand #SensitiveSkin #AntiPollution #UrbanSkin
  • @threecosmeticsthailand New Holistic Care Line สกินแคร์ไลน์สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ คือเราจะรู้กันดีว่าโปรดัคของทรีจะเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งระคายเคืองผิวน้อยอยู่แล้ว แต่วันนี้คืออ่อนโยนยิ่งกว่า เริ่มที่ Three Cleansing Oil(185ml. 1,900.-) ทำความสะอาดล้ำลึก ช่วยให้รูขุมขนกระชับ และมอบความกระจ่างใสให้ผิว Three Clearing Foam(100g. 1,600.-) ทำความสะอาดล้ำลึก ช่วยปรับสมดุลผิว และปลอบประโลมผิว Three Treatment Lotion(125ml. 2,600.-) ให้ผิวอ่อนนุ่มเรียบเนียน ให้ความชุ่มชื่นโดยทำงานลักษณะของบูสเตอร์ และปกป้องผิวจากมลภาวะ Three Treatment Emulsion(90ml. 2,900.-) ให้ผิวแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ ปรับสมดุลผิว และฟื้นคืนสมดุล Homeostesis และสุดท้ายคือ Three Treatment Cream(26g. 3,700.-) ปกป้องผิวจากมลภาวะ ฟื้นบำรุงลึกล้ำ และฟื้นสมดุล Homeostesis เช่นกัน #PandazNewItem2018 #ThreeCosmeticsThailand #SensitiveSkin #AntiPollution #UrbanSkin
  • #miNipandazMakeUp
  • ขอบคุณ @niveathailand สำหรับดอกไม้วันเกิดค่ะ ขอบคุณที่ไม่เคยลืมเลย ^^ #PandazNewItem2018
  • ตัวเองเป็นคนชอบเก็บเอาความรู้สึกคนรอบตัวมาคิดไปเอง เครียดไปเอง เฟลไปเอง คงต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางลงบ้าง อยากจะมีความสุขแบบสงบๆอย่างที่ควรจะเป็นซักที #MissDiorForLove #PandazEvent2018
  • ต้มยำค็อกเทล อร่อยแปลกๆดีนะ ฟิลแบบเหมือนกินซุปต้มยำที่รสเปรี้ยวๆหวานๆ มีเค็มๆจากเกลือที่ขอบแก้ว #PandazNomnom
  • 4D Movie ‘Black Panther’ with #TopcharoenTheExclusive มันส์ชะมัด #PandazEvent2018

TWITTER